หุ่นเฟิร์ม บุคลิกภาพดี

ทั้งหญิงและชายที่มีสุขภาพดี รูปร่างดี ล้วนมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะจะทำให้หุ่นดี ผิวพรรณดี ใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็สวย นิตยสารมาดาม ฟิกาโร ฉบับเดือนธ.ค. จึงได้เปรียบเทียบคุณสมบัติของการออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ ผลงานของผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาจากออสเตรเลีย เบเวอร์เลย์ ฮาดกราฟต์ (Beverley Hadgraft) ไว้อย่างน่าสนใจ ในคอลัมน์ “ฟิตเนส” (Fitness) เราขอหยิบยกมาให้คุณผู้อ่านได้ทราบบางส่วน
ออกกำลังกาย, สุขภาพดี, วิ่ง
ผู้หญิงที่ต้องการออกกำลังกายแบบง่ายๆ โดยไม่ง้ออุปกรณ์ แนะนำว่า “การวิ่งจ๊อกกิ้งและเดินธรรมดา” เป็น ทางเลือกที่ดี การวิ่งเหยาะๆ จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อขา และน่องให้แข็งแกร่ง การวิ่งเป็นประจำ อย่างน้อย 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะทำให้เผาผลาญไขมันได้มากถึง 2,500 กิโลจูล ในขณะที่การเดินเป็นประจำในเวลาเท่ากัน (ประมาณ 6 กิโลเมตร) ไขมันจะถูกเผาผลาญประมาณ 1,600 กิโลจูล ทั้งการเดินยังช่วยคลายเครียด เพราะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัว และถ้าหากเดินเป็นประจำทุกวันแล้วรู้สึกเบื่อ อาจจะเพิ่มจังหวะมากขึ้นจนเป็นวิ่ง และพอเหนื่อยก็กลับมาเดินตามเดิมก็ได้
สำหรับกีฬายอดฮิตของสาวๆ อย่าง “โยคะและพิลาทีส” โยคะสร้างความยืดหยุ่นของร่างกาย ในขณะที่พิลาทีสส่งเสริมเรื่องของบุคลิกภาพ และความเข้มแข็ง การเล่นพิลาทีสเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เผาผลาญได้ประมาณ 450–1,000 กิโลจูล ในขณะที่โยคะขั้นต่ำเพียง 430 กิโลจูลก็จริง แต่ถ้าฝึกอย่างจริงจัง จะช่วยได้สูงสุดถึง 1,200 กิโลจูล การเล่นโยคะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย สร้างสมาธิ ทำให้คลายเครียดได้มาก อีกทั้งมีหลากรูปแบบให้เลือกสรร เรียกได้ว่าเป็นการออกกำลังสำหรับทุกคนจริงๆ แต่พิลาทีสก็ดีตรงที่เสี่ยงในการบาดเจ็บน้อยกว่า
ฟากสาวไฮเปอร์ ต้อง “ปั่นจักรยานและชกมวย” ที่ต่างก็เรียกเหงื่อได้มาก การชกมวยสร้างความแข็งแกร่งได้ทั้งร่างกาย ทั้งแขน ขา หน้าท้อง ทุกอย่างต้องเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และได้ออกกำลัง เผาผลาญไขมันได้สูงสุดถึง 2,000 กิโลจูลต่อ 1 ชั่วโมง ในขณะที่การปั่นจักรยานจะช่วยในเรื่องกล้ามเนื้อขา และสะโพกเป็นหลัก เผาผลาญไขมันได้ประมาณ 1,800 กิโลจูลต่อ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเรื่องคลายเครียด ชกมวยดูจะมีภาษีกว่าเพราะได้ระบายอารมณ์ ปลดปล่อยพลังออกมา แต่ต้องได้รับการฝึกหัดอย่างจริงจังจึงจะทำได้ถูกต้อง
Read More…
Posted in สุขภาพ at July 5th, 2010. No Comments.

ทำอย่างไรไม่ให้เท้าป่วย

เท้า

มาบำบัดรักษาเท้าของคุณด้วยการนวดกันเถอะ เรา ใช้เท้าทุกวี่ทุกวัน โดยเฉพาะสาวๆ บางคนก็สวมรองเท้าส้นสูงทรมานเท้าเข้าไปอีก หรือบางคนถูกรองเท้าบีบรัดจนเป็นแผลพุพอง ดังนั้น เราจึงควรถนอมเท้าคู่ชีวิตของเราให้ใช้งานได้นานๆ ดีกว่านะคะ เจล…ป้องกันเท้ามีปัญหา เราสามารถหาเกราะป้องกันเท้าไม่ให้บาดเจ็บ เป็นแผลพุพอง หรือมีปัญหาเอ็นร้อนหวาย โดยการใช้แผ่นเจลพลาสเตอร์หรือแผ่นป้องกันหนังพุพองปิดตรงตำแหน่งที่โดนกด ทับบ่อยๆ ก็จะป้องกันไม่ให้เท้าเป็นแผลพุพองได้ แช่เท้าในน้ำอุ่นและน้ำเย็น ศัลยแพทย์กระดูกชาวเยอรมัน ดร.อันเดรอาสคาร์ล จากเมืองเบอร์ลิน กล่าวว่าการแช่เท้าในน้ำอุ่นสลับกับน้ำเย็นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มี อาการปวดเมื่อยเท้า ข้อดี ช่วยให้เท้าและตลอดร่างกายได้รับการผ่อนคลาย นอกจากนี้มันยังช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีที่เท้าและขา เพราะการใช้ขาตลอดทั้งวันก็อาจทำให้ปวดเมื่อยขา ซึ่งเราสามารถบบัดได้ด้วยตนเอง นวดเท้า การนวดเท้าเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะจุดผ่อนคลายที่เท้าจะได้รับการบริหาร ข้อแนะนำก็คือ ควรใช้อุปกรณ์ที่ทำจากไม้จะดีที่สุด เช่น ลูกขนเม่นหรือที่นวดเท้าตะปุ่มตะป่ำที่เราสามารถกลิ้งฝ่าเท้าไปมาได้ ข้อดี เป็นการบริหารกล้ามเนื้อซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีที่เท้าและขา นอกจากนี้ การยืดเหยียดนิ้วเท้าก็จะช่วยให้ผ่อนคลายได้ โดยใช้ฝ่ามือกดนิ้วเท้าทั้ง 5 พับลงสักครู่แล้วหงายนิ้วเท้าขึ้นโดยการกดเข้าหาหลังเท้าสลับกัน จากนั้นกางนิ้วเท้าออก ควรทำทุกวันเมื่อกลับถึงบ้าน เดินเท้าเปล่า เราควรเดินเท้าเปล่าเท่าที่ทำได้ เพราะมันคือการบำบัดรักษาเท้าได้เป็นอย่างดี และเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งเราสามารถทำเองได้ ข้อดี เป็นการบริหารกล้ามเนื้อ และเป็นการนวดฝ่าเท้า ซึ่งมันจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและช่วยในการทรงตัว เราจึงควรฝึกเดินเท้าเปล่ากับพื้นชนิดต่างๆ เช่นทรายและก้อนกรวดกลมที่ไม่บาดเท้า โดยอาจจะคั้งกระบะไว้ที่บ้านและเดินย่ำไปมา เล็บ…ขาวขึ้น บางคนมีเล็บเหลือง สีคล้ำ ลองใช้แปรงกับน้ำมะนาวขัดดูสิค่ะ ยิมนาสติกเท้า เราควรบริหารเท้าสม่ำเสมอ เช่น ใช้นิ้วเท้าหนีบก้อนหินไปมาก็จะช่วยให้เท้ากระปรี้กระเปร่าขึ้น หรือใช้นิ้วเท้าหนีบเก็บผ้าเช็ดมือ สลับกันไปมาทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา
ที่มา : women.sanook.com

Posted in สุขภาพ at June 22nd, 2010. No Comments.

บุหรี่ทำร้ายเส้นผม

ควันจากบุหรี่ไม่ได้เพียงแค่ทำลายปอดของเราเท่านั้น แถมส่วนแรกๆ ที่่ควันบุหรี่ทำร้าย เป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่รักมาก

เส้นผมคุณจะมีกลิ่นบุหรี่ติดตลอดเวลา แล้วหนุ่มๆ ที่ไหนจะอยากเข้าใกล้ละ

- เส้นผมเปราะบาง ดูไม่มีชีวิตชีวา เพราะนิโคตินในบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดหดตัว เป็นเหตุให้ ออกซิเจนไปเลี้ยงที่หนังศีรษะไม่พอ แล้วเส้นผมจะแข็งแรงได้ยังไงกันล่ะ

- คุณอาจต้องเปลี่ยนทรงผม แบบไม่ได้ตั้งตัว เพราะว่าผมคุณติดไฟขณะที่คุณกำลังจุดบุหรี่ มันไม่สนุกเลยใช่มั้ยคะ

- คนสูบบุหรี่มีอัตราการร่วงของเส้นผมเร็วเร็วกว่าคนที่ไม่สูบ ทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้าน หรือผมบางเร็ว เพราะบุหรี่มีผลต่อระบบหมุนเวียนโลหิต ที่ไปเลี้ยงเซลล์ผมที่หนังศีรษะค่ะ

สุดท้ายระวังผมจะหงอกก่อนวัย ถ้าคุณยังสูบบุหรี่นะคะ

ที่มา : women.sanook.com

Posted in สุขภาพ at June 21st, 2010. No Comments.

สารพัด…วิธีกำจัดกลิ่นกาย

โดยปกติแล้วทุกคนจะมีกลิ่นกายเฉพาะตัวซึ่งเป็นกลิ่นธรรมชาติ เช่นเดียวกับเด็กที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนดม ต่างจากกลิ่นตัว (Body Odor) ซึ่งเกิดจากการที่ต่อมของร่างกาย ขับเหงื่อและไขมันออกมาทางผิวหนัง ทำให้เกิดความชื้น ส่งผลให้เกิดการเปื่อยยุ่ย และลอกออกของผิวหนัง จากนั้นแบคทีเรียและเชื้อราก็จะกินเซลล์ที่ตายแล้ว และขับกรดออกมาทำให้เกิดกลิ่นเหม็น

บริเวณที่มักขับเหงื่อออกมามากที่สุด คือ ที่อับชื้น ได้แก่ รักแร้ ซอกขา ซอกนิ้วเท้า ข้อพับต่างๆ และอวัยวะเพศ แต่ด้วยเป็นจุดอับ เวลาเหงื่อออกจึงระเหยออกไปได้ยาก ทำให้เกิดการหมักหมมเป็นกลิ่นเหม็น กลิ่นตัวของคนจะแรงขึ้น มื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ

นอกจากนี้ อาหารบางชนิด เช่น ไขมันจากสัตว์ เนื้อสัตว์ สะตอ กระเทียม หอม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ตลอดจนยาบางชนิด ก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นตัวได้เช่นกัน เช่น การใช้ยารักษาสิวทั่วไปที่มีสารเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) ผสมอยู่เป็นประจำ รวมถึงโรคประจำตัวอื่นๆ ทั้งท้องผูก ตับอักเสบ ไต เบาหวาน พยาธิในระบบทางเดินอาหาร และมะเร็ง ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นตัวเช่นกัน

ปรับพฤติกรรมกำจัดกลิ่น

1. รักษาความสะอาด อาบน้ำให้สะอาด สวมเสื้อผ้าที่สะอาด โดยเลือกเนื้อผ้าที่ใช้เส้นใยจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายที่ระบายเหงื่อได้ดี ในกรณีที่กลิ่นยังติดอยู่บนเสื้อผ้า ซักด้วยผงซักฟอกแล้วยังไม่ออก ให้ลองแช่ผ้าในน้ำเกลืออุ่นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยใช้เกลือ 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำประมาณ 1 ลิตร
2. ผ่อนคลายความเครียด บางครั้งความเครียดก็มีส่วนทำให้เกิดกลิ่นตัวได้เหมือนกัน เพราะร่างกายจะหลั่งสารอดรีนาลีนออกมา
3. ทำดีท็อกซ์ การสะสมสารพิษในร่างกาย ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นตัวได้เหมือนกัน ปัญหานี้ช่วยได้ด้วยการทำดีท็อกซ์
4. ไม่ควรขัดผิวบ่อยๆ เพราะจะทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์กับร่างกายถูกทำลาย ทำให้เกิดกลิ่นตัวง่าย ดังนั้นขัดผิว 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ

ลดปัญหากลิ่นตัวด้วยอาหาร

1. กินอาหารหลากหลาย กินโปรตีนจำพวกธัญพืชต่างๆ ผักสดทั้งใบเขียวและใบเหลือง ผลไม้สดโดยเฉพาะแก้วมังกรวันละ 1 จานเล็ก จะช่วยได้ดี หรือน้ำคั้นสดจากผักและผลไม้ รวมทั้งกินอาหารที่มีธาตุสังกะสี หรือแมกนีเซียม เช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท และอาหารทะเล
2. เลี่ยงการกินอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กุยช่าย ขิงสด สะตอ หัวหอม กระเทียม และเครื่องเทศต่างๆ รวมถึงเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3. เลี่ยงอาหารก่อพิษ จำพวกเนื้อสัตว์ใหญ่ ทั้งหมู เนื้อ ไก่ ไข่ ตับ รวมทั้งช็อกโกแลต ลูกเกด ถั่วลิสง เพราะจะทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ขับไขมันออกมามาก โดยเฉพาะใต้วงแขน และที่สำคัญจะก่อให้เกิดสารตกค้างในลำไส้ ทำให้เหงื่อมีกลิ่นเฉพาะตัว

สมุนไพรระงับกลิ่น

1. ใบพลู นำใบพลูมาขยี้แล้วทารักแร้หลังอาบน้ำ เพราะใบพลูมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้หลายชนิด
2. ใบฝรั่ง นอกจากจะช่วยระงับกลิ่นปากได้แล้ว ใบฝรั่งยังช่วยระงับกลิ่นตัวได้เช่นกัน โดยนำใบฝรั่งประมาณ 10 ใบ มาโขลกให้ละเอียดแล้วทารักแร้ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วอาบน้ำให้สะอาด
3. มะนาว ใช้มะนาวผ่าซีกทาบริเวณรักแร้ขณะอาบน้ำ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
4. มะขามเปียก คั้นน้ำมะขามเปียกปริมาณพอเหมาะ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง ใช้น้ำมะขามแทนสบู่ตอนอาบน้ำ มะขามเปียกจะช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วไม่ให้เกิดการหมักหมม

สารพัดสารขจัดกลิ่น

1. สารส้ม ใช้สารส้มถูทาที่รักแร้หลังจากอาบน้ำทุกครั้ง โดยทาขณะที่รักแร้ยังเปียกอยู่
2. สารส้มและพิมเสน นำสารส้มสะตุผสมพิมเสนอย่างละเท่าๆ กัน บดให้ละเอียด แล้วผสมแป้งฝุ่นหรือดินสอพอง หยดน้ำลงไปนิดหน่อย ทาที่รักแร้ปล่อยให้แห้ง
3. ปูนแดง ใช้ปูนแดงผสมน้ำทารักแร้หลังอาบน้ำ เพื่อใช้ความเป็นด่างของปูนแดง ช่วยปรับภาวะกรดในร่างกายที่ขับแบคทีเรียออกมาบนผิวหนัง (อย่าใช้ปูนแดงปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้กัดผิวได้)
4. สารสกัดจากสะระแหน่ หยดน้ำมันที่สกัดจากสะระแหน่ 2-3 หยด ใส่ลงในอ่างอาบน้ำ เพราะสะระแหน่มีคุณสมบัติเป็นยาดับกลิ่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว

วิตามินต้านกลิ่นกาย

• วิตามินบี 1 ปริมาณ 50 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งไปในระยะหนึ่งก่อน เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นแล้ว ให้ลดลงเหลือปริมาณ 20-30 มิลลิกรัม วันละครั้ง ติดต่อกันประมาณหนึ่งปี ทั้งนี้เพื่อควบคุมอาการ
• วิตามินบีคอมเพล็กซ์ 25,000 I.U. หนึ่งวันต่อสัปดาห์
• วิตามินซี เพื่อผ่อนคลายความเครียด อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นกาย
• นอกจากนี้ควรกิน วิตามินบี6 แมกนีเซียม และ สังกะสีในปริมาณที่พอเหมาะร่วมด้วย

Tip

วิธีกำจัดกลิ่นตัวอย่างง่ายในออฟฟิศ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำสะอาด หยดโคโลญเล็กน้อย หรือจะใช้น้ำมันหอมกลิ่นที่ชอบก็ได้ เช็ดใต้วงแขน หรือแผ่นหลัง สัก 1-2 รอบ จะรู้สึกสบายตัว เหมือนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เป็นวิธีขจัดเหงื่ออย่างได้ผล และไม่เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาอีกด้วย
นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 173
ที่มา : women.sanook.com

Posted in สุขภาพ at June 19th, 2010. No Comments.

ศีรษะล้านไม่ใช่ปัญหา ถ้าช่วยความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง

บี บีซี นิวส์ ออนไลน์ – นักวิทยาศาสตร์สหรัฐ เสนอผลการวิจัยพบว่าผู้ชายที่เส้นผมบางตั้งแต่อายุเพียง 30 ปี มีโอกาสน้อยลงที่จะเป็นมะเร็งที่ต่อมลูกหมาก

นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยการแพทย์วอชิงตัน นำผลการวิจัยนี้ออกเผยแพร่ผ่านวารสารมะเร็งระบาดวิทยา โดยศึกษาจากผู้ชาย 2,000 คนอายุระหว่าง 40-47 ปี พบว่า ผู้ชายจำนวนครึ่งหนึ่งเป็น มะเร็งต่อมลูกหมาก แต่เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลกันระหว่างคนที่เริ่มศีรษะล้านตั้งแต่อายุ 30 ปีกับผู้ที่ไม่มีปัญหาศีรษะล้านในช่วงอายุดังกล่าว พบว่าคนที่ศีรษะล้านตั้งแต่อายุยังน้อย จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลงประมาณ 29-45%

นักวิจัย เชื่อว่า ผู้ชายในวัย 30 ปี จะมีประมาณ 25-30% ที่เริ่มผมบาง อาการผมบางหรือศีรษะล้านมีสาเหตุมาจากรูขุมขนของเส้นผมบนหนังศีรษะได้รับสาร เคมีที่ผลิตขึ้นจากฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโตสเตอโรนมากเกินไป ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเพศชายสูงๆ จะมีโอกาสศีรษะล้านได้มากกว่าผู้ชายที่มีฮอร์โมนชนิดนี้น้อยกว่า

โดย ปกติของการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก แพทย์จะให้ยาที่ช่วยลดฮอร์โมนเพศชาย เพราะถ้าปล่อยให้ฮอร์โมนนี้มีมากก็จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเติบโตของเซลล์ มะเร็ง แต่ถ้าฮอร์โมนเพศชายมีมากตั้งแต่ในช่วงวัยหนุ่มก็อาจจะเป็นผลดีต่อการ ป้องกันมะเร็ง แต่ผลเสียก็คือศีรษะล้าน

นักวิจัยบอกว่า ถ้าผลการวิจัยนี้ได้รับการพิสูจน์มากขึ้นว่าเป็นจริง ก็จะทำให้วงการแพทย์มีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับฮอร์โมนเพศชายที่มีผลต่อ เนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ในร่างกาย

ขณะที่ นพ.อลิสัน รอสส์ จากศูนย์วิจัยมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร เตือนว่า ผลการวิจัยก่อนหน้านี้ให้ผลตรงกันข้ามกับงานวิจัยล่าสุด และเชื่อว่างานวิจัยมีน้ำหนักอ่อนเกินไป เพราะเลือกถามคนในวัย 40-70 ปีให้นึกย้อนไปในอดีตว่าเมื่ออายุ 30 มีอาการเส้นผมบางหรือไม่ ซึ่งยังไม่ใช่การเก็บข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ที่มา : women.sanook.com

Posted in สุขภาพ at June 18th, 2010. No Comments.

มะนาว สุดยอดตัวช่วย ลดน้ำหนัก

มะนาว เลมอน lemon

เรา เก็บเคล็ดลับดี ๆ จากคอลัมน์ The Lemon Juice Diet ของหนังสือ New Book ที่นักเขียนสาว เธเรซา เชียง ได้ให้คำแนะนำกับปัญหาโรคอ้วน ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรับประทานมะนาว
“มะนาว” ถูกกล่าวขานว่ามีสรรพคุณในการลดความอ้วนได้อย่างดีที่สุด หาก คุณทำตามกฎหลักทั้ง 3 ข้อนี้ คุณจะน้ำหนักลดลงได้ดั่งใจปรารถนา

1. ดื่มน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นทุก ๆ เช้า

เพื่อ กระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานดียิ่งขึ้น มะนาวเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุด ไม่เพียงแต่จะดีสำหรับช่วยลดไข้ได้ แต่มันยังมีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา แนะนำมาว่า ใครที่กินผลไม้และผักที่มีวิตามินซีในปริมาณที่มาก จะมีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร และจะช่วยให้น้ำหนักลดได้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมะนาวยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมให้กักเก็บเอาไว้ในเซลล์ไขมัน ผลวิจัยยังแสดงอีกว่า แคลเซียมที่มีอยู่ในเซลล์ไขมันปริมาณมาก ๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น

2. รับประทานผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ชนิด

เพราะ ผักและผลไม้ทุกประเภท จะมีปริมาณแคลอรีที่น้อยมาก แต่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใย และสารอาหารที่ครบครัน จะช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยให้ระบบประสาททำงานอย่างสงบลง


3. ปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด

โดย การบีบน้ำมะนาวลงไปในมื้ออาหารทุกมื้อ หรือผสมเปลือกมะนาวลงไปในซุปหรือสลัด และบีบมะนาวเพียงเล็กน้อยโปรยลงบนเนื้อปลา และเนื้อไก่ก่อนรับประทาน แล้วจะรู้ว่ามะนาวคือเส้นใยที่มหัศจรรย์ที่สุด เพราะมะนาวจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงด้วย

นอก จากนี้ผลการศึกษาของวิทยาลัย Journal of the America College of Nutrition รายงานว่า คาร์โบไฮเดรตที่พบในผิวเปลือกของมะนาว จะสามารถกำจัดความอยากกินให้ลดลงได้ถึง 4 ชั่วโมง เปลือกมะนาวเป็นแหล่งรวมไฟเบอร์ที่ดีที่สุด ช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้น หลังจากที่คุณกินมัน คุณจะรู้สึกอิ่มไปอีกนานเลยทีเดียว

ที่มาจาก healthcorners.com

Posted in สุขภาพ at June 17th, 2010. No Comments.